เลขกรมธรรม์ของพรบรถยนต์สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารกรมธรรม์ที่คุณได้รับหลังการต่อพรบรถยนต์หรือสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้:
- เช็กรายละเอียดกรมธรรม์ พ.ร.บ. ออนไลน์
- ใช้แอปพลิเคชัน “กรมธรรม์ของฉัน” หรือแอดไลน์ @OICConnect เพื่อค้นหาเลขกรมธรรม์และวันหมดอายุได้อย่างสะดวก
- ยื่นเรื่องตรวจสอบกับสำนักงาน คปภ.
- ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผ่านสายด่วนประกันภัย 1186 หรือหน่วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุ
- ติดต่อบริษัทประกันโดยตรง
- หากจำได้ว่าต่อ พ.ร.บ. กับบริษัทประกันแห่งใด สามารถติดต่อบริษัทนั้นเพื่อขอรายละเอียดกรมธรรม์
ราคาพรบรถยนต์แต่ละประเภท
ราคาของ พ.ร.บ. จะแตกต่างกันตามประเภทของรถ โดยมีอัตราคงที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ดังนี้:
- รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง):
เบี้ยประกัน 645.21 บาท/ปี - รถกระบะน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน:
เบี้ยประกัน 967.28 บาท/ปี - รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (รถตู้):
เบี้ยประกัน 1,182.35 บาท/ปี - รถจักรยานยนต์:
เบี้ยประกัน 323.35 บาท/ปี
ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าอากรแสตมป์เรียบร้อยแล้ว
พรบรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง?
พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
- ค่าเสียหายเบื้องต้น (ไม่ต้องพิสูจน์ความผิด):
- ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 30,000 บาท/คน
- ค่าปลงศพหรือค่าเผาศพสูงสุด 35,000 บาท/คน
- ค่าสินไหมทดแทน (ต้องพิสูจน์ความผิด):
- ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมสูงสุด 80,000 บาท/คน
- ค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสูงสุด 500,000 บาท/คน
ผลกระทบหากไม่ทำหรือไม่ต่อพรบรถยนต์
หากปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดหรือไม่ต่ออายุ จะส่งผลกระทบดังนี้:
- ผิดกฎหมาย: รถที่ไม่มี พ.ร.บ. ถือเป็นการละเมิดข้อกำหนดของกฎหมาย
- ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์: การต่อภาษีประจำปีจำเป็นต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ
- ไม่มีความคุ้มครอง: หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบภัยจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก พ.ร.บ.
การต่ออายุพรบรถยนต์
สามารถต่ออายุ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุ โดยมีช่องทางการต่อหลากหลาย เช่น:
- สำนักงานขนส่งทางบก
- บริษัทประกันภัย
- ระบบออนไลน์ เช่น เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน
พรบรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของรถทุกคนต้องทำและต่ออายุทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้รับความคุ้มครองและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
